Recent Posts

ห้องพักสุดหลอน

ห้องพักสุดหลอน ผีในโรงแรมที่เมืองกาญ

, , No Comment

ห้องพักสุดหลอน

ห้องพักสุดหลอน

ห้องพักสุดหลอน เรื่องนี้เกิดขึ้นเดือน ต.ค.ปี 61 เรากับแฟนวางแผนกันไว้ว่าจะไปเที่ยวที่กาญฯ
วันอาทิตย์และหาโรงแรมนอนค้างที่นั่น เพราะแฟนมีธุระที่กาญฯวันจันทร์พอดี
พอเที่ยวเสร็จประมาณ 4โมงเย็นเราก็เปิดกูเกิ้ลดูว่ามีโรงแรมไหนใกล้กับที่แฟน
เราจะไปทำธุระในวันพรุ่งนี้บ้าง และในที่สุดเราก็เจอโรงแรมนั้นดูใหญ่
ห้องดูน่านอน เราเลยตกลงกันว่าไปโรงแรมนี้แหละ

พอไปถึงโรงแรมนั้นรู้สึกว่าเหมือนจะเป็น โรงแรมเก่า แต่เค้ามีการปรับปรุงใหม่
ทาสีใหม่เลยดูโอเค โรงแรมถือว่าใหญ่และดูดีเลยแหละ
เราก็เดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจะเปิดห้อง

พนง : “สวัสดีค่ะ ได้จองไว้หรือยังคะ”
แฟน : “ไม่ได้จองครับ”
พนง : “ตอนนี้ห้องพักเราเหลือชั้น1 กับชั้น2 นะคะ คุณลูกค้าต้องการชั้นไหนคะ”
แฟน : “ต้องการชั้น 1 ครับ ขอเป็นเตียงเดี่ยวครับ”
(พนักงานที่คุยกับแฟนเราหันไปมองหน้าเพื่อนพนักงานอีกคนพร้อมกัน และทำสีหน้าแปลกๆ)
พนง : “ชั้น 1 เป็นเตียงคู่ได้ไหมคะ เตียงเดี่ยวเต็มแล้วค่ะ”
(เรา 2 คนมองหน้ากันเหมือนรู้ใจว่ายังไงก็อยากจะนอนเตียงเดี่ยว
และตัวเราเองชอบชั้น 1 มากกว่าเพราะมันใกล้กับทุกๆอย่าง)
แฟน : “ไม่มีเลยหรอครับ คือผมต้องการห้องเตียงเดี่ยวชั้น 1”
พนง : “งั้นรอสักครู่นะคะ”
(พนักงานเดินห่างออกไปจากเคาน์เตอร์โทรหาใครสักคน สักพักก็เดินกลับมาที่เดิม)
พนง : “ได้ค่ะ เหลือห้องเดียวพอดี”

เรารู้สึกดีใจมาก ไม่คิดว่าจะได้ห้องที่เป็นห้องในที่สุดพอดิบพอดี
เพียงพอพวกเราเดินเข้าไปในห้อง ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างธรรมดาห้องกว้างขวางสะอาดดูดีเป็นน่านอนมาก
บรรยากาศไม่น่ากลัวเลย แล้วก็พอตกดึกพวกเราก็นอนกันไวมากมายด้วยความเหนื่อย
จากการเที่ยวตลอดวันตั้งแต่เช้าตรู่ และแฟนก็จะต้องไปทำธุระในวันพรุ่งแต่เช้าด้วย
แล้วก็แล้วเรื่องที่ไม่คาดคิดว่ามันจะมีอยู่ในห้องนี้ก็เกิดขึ้น
เรารู้สึกว่าเราหนักตัวมาก อยากจะลุกก็ลุกไม่ขึ้นขยับตัวไม่ได้
อยากจะตะโกนว่าช่วยด้วยแต่เสียงมันไม่ออกมา
เรานอนตะแคงทางซ้าย(เพราะแฟนนอนซ้ายมือเรา) เรารู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่น
ลืมตาได้ครึ่งเดียวก็เห็นว่าแฟนไม่อยู่ที่ห้องแล้ว น่าจะออกไปทำธุระแล้ว
เรากลัวมากเพราะมันขยับไม่ได้เลย เราดิ้นๆๆจนเหนื่อยสักพักก็ขยับตัวได้
ตัวเบาลง แต่มันเหนื่อยมากและยังรู้สึกง่วงมาก เราเลยเผลอหลับไปอีกรอบ

แต่มันยังไม่จบแค่นั้นค่ะ เรารู้สึกเหมือนเดจาวูอีกรอบ ตัวมันหนักแขนหนักอีกแล้ว
เราดิ้นสู้ จะตะโกนก็ไม่มีเสียงออกมา เราเลยฝืนลืมตาทั้งๆที่ลืมไม่ค่อยขึ้น
พอลืมตาเท่านั้นแหละค่ะ เห็นหน้าฝรั่งเป็นผู้ชายวัยรุ่นตาสีฟ้า
ผมสีบอร์นทองทรงสกินเฮด ดวงตาแข็งมากมองมาที่เรา คือจ้องหน้าเราเลย
ตอนนั้นเรากลัวมาก อยากจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออกขยับตัวก็ไม่ได้
เราเลยหลับตาปี๋สักพักได้ยินเสียงคนแก่ผู้หญิงพูดข้างๆหูเรา
เสียงแบบแหบแห้งมากเป็นภาษาอีสาน “ส่ำนี่..กะบ่ไหวแล้วบ่”

เราได้ยินคือแบบอยากจะกรี๊ดมาก แต่คือมันกรี๊ดไม่ออก ขยับตัวไม่ได้
มีอย่างเดียวที่ลุกได้ตอนนี้คือขนหัวลุกค่ะ
เรานึกได้ในใจก็เลยสวดมนต์ทุกบทเท่าที่นึกได้ แล้วมันก็ได้ผลค่ะ
พอขยับตัวได้ลุกขึ้นได้เรารีบวิ่งไปเปิดไฟและวิ่งไปล้างหน้าแปรงฟันที่ห้องน้ำ
ขนเราลุกอยู่ตลอดเวลา ไม่กล้าหันไปมองที่เตียงเลย
พอล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรารีบวิ่งออกจากห้องพร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาด้วย

เราไปนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ที่ล๊อบบี้แล้วก็โทรศัพท์หาแฟนแต่ว่าโทรไม่ติด
เพราะว่าแฟนคงจะติดงานอยู่ เราเลยโทรไปเล่าให้พี่สาวฟัง พี่สาวก็ได้แต่ว่าปลอบโยน
แล้วก็บอกให้นั่งคอยแฟนที่ล๊อบบี้จนกว่าแฟนจะกลับมานะ
พวกเรานั่งคอยแฟนเป็นเวลานานมากจนถึงเที่ยงตรงมันถึงเวลาเช็คเอาท์แล้ว
พวกเราเลยกลั้นหายใจกลับไปที่ห้องเนื่องจากยังมิได้เก็บของเลย
กลับไปที่ห้อง บรรยากาศมันรู้สึกหลอนไม่เหมือนในระหว่างที่พวกเรายังไม่พบผี
ขนาดเปิดไฟทุกดวงแล้วยังคิดว่ามันก็ยังน่าสยองอยู่
พวกเรากลั้นใจเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ในขณะพวกเราก้มหน้าก้มตาเก็บเสื้อผ้าอยู่
พวกเรารู้สึกได้ถึงลมเบาๆวูบผ่านหน้าไป แม้ว่าห้องนั้นมิได้เปิดหน้าต่าง
เครื่องปรับอากาศก็ปิดไปแล้วเพราะมันหนาวมากมาย แล้วลมมาจากไหน ?
ในช่วงเวลานั้นสติไม่อยู่ที่ตัวแล้ว เพราะหน้าฝรั่งที่พวกเรามองเห็นมันติดตาพวกเราตลอดระยะเวลา
เสียงยายแก่ๆก็ยังก้องที่หูอยู่ พวกเราเลยวิ่งออกมาจากห้องอีกครั้ง
และก็คอยให้แฟนมาเก็บของที่เหลือ
ต่อจากนั้นพอกลับจาก กทม พวกเราก็ทำบุญทำทานอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้…

Read Post →

หัวหายไปไหน

วิญญาณรวมทั้ง “ความผูกผัน” ของคนที่จากไป เรื่องสยองขวัญ

, , No Comment

วิญญาณรวมทั้ง

วิญญาณรวมทั้ง “ความผูกผัน” ของคนที่จากไป เรื่องสยองขวัญ

เรื่องที่ผมจะเอามาเล่าในวันนี้ไม่เชิงเรื้องสยองขวัญ วิญญาณรวมทั้ง บางทีอาจจะเป็นการบอกต่อให้ผู้ที่มีความคิดว่าเรื่องทำบุญสุนทานเกิดเรื่องนิดหน่อย สำคัญทำเพียงแค่วันพระก็พอเพียง ปะเข้าเนื้อหากันเถอะ

ย้อนไปสัก15ปีเห็นจะได้ ผมเสียบิดาผมไปด้วยพิษจากการดื่มสุรา ภายหลังจากเอ็งเสียไปจนกระทั่งวันชาปณธุระ ต่อจากนั้นผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่ชอบกล่าวว่า อีก3-7วันผู้เสียชีวิตจะรู้สึกตัวแล้วก็กลับไปอยู่ที่บ้าน ซึ่งไม่จริงเลยบิดาผมเอ็งกลับมาตั้งแต่วันแรก แม้กระนั้นคงจะด้วยเหตุผลบางสิ่งบางอย่างเอ็งเลยเข้าบ้านมิได้ ในขณะนั้นผมเห็นด้วยว่าผมเป็น คนกลัวผี แล้วก็ได้ไปนอนรวมกับแม่รวมทั้งน้อง(กลัวผีบิดาตนเอง) คราวแรกที่แกมาจะมีเสียงลมพัดเอาใบต้นกล้วยลอยละลิ่วเสียดสีกัน จะต้องบอกไว้ก่อนบิดาผมปลูกต้นกล้วยไว้มากมายทั้งยังรับประทาน แจก และก็ขาย ทุกคนบางทีอาจจะมีความคิดว่าผมมะโนแต่ว่าบอกเลยหากเป็นเพียงแค่คืนเดียวผมอาจจะไม่ฉงนใจ เป็นอย่างงี้อยู่2-3คืน เพราะว่าต้นกล้วยอยู่ตรงหัวนอนผม แถมข้างบ้านยังปลูกต้นมะม่วงไว้ต้นเบ้อเร้อผมมิได้ยินเสียงลมที่พัดต้นมะม่วงเลย รวมทั้งจนถึงมีเหตุให้ผมจำต้องตกอกตกใจผวาเนื่องจากว่าในคืนนึงนั้นเอง ผมก็นอนรวมกับแม่แล้วก็น้องธรรมดา แต่ว่าที่แตกต่างจากปกติเป็นผมตื่นมายามค่ำคืนแล้วก็จะแปลงท่านอนและไม่ได้ขยับเขยื้อนตัวเร็วมาก ผมมองเห็นบิดาของผมมานั่งอยู่ที่ปลายเตียง

ด้วยความหวาดกลัวในตอนอายุเท่านั้น ภายหลังจากกลับมาท่านอนตะแคงผมนี่คุมโปงเลยคับ สะดุ้งแล้วก็กลัวในช่วงเวลานั้นโดยลืมไปว่านั้นเป็นบิดา ผมเก็บหัวข้อนี้ไว้ไม่บอกแม่แล้วก็น้องด้วยเหตุว่าบางทีอาจรู้สึกว่าผมเพียงแค่ทึ่มนอน กระทั่งกระอีกทั้งผมทำใจได้และก็ได้แยกกลับมานอนผู้เดียวที่ตรงนี้ล่ะจุดพีคเลยราวกับมึงคอยจังหวะนี้อยู่เลย ในคืนนั้นเองเวลาเท่าใดจำไม่ได้ ผมตื่นมากมายลางดึกดื่นเพราะเหตุว่าเสียงของลมและไม่ทราบว่าอะไรดนหัวใจให้ดูไปที่ประตู ในช่วงเวลานั้นผมถูกใจปิดประตูห้องโดยการเอาผ้ายัดไว้ตรงขอบประตู

ประตูเปิดออกอย่างช้าๆทำให้ผมได้มองเห็นร่างของชายที่ได้ตายจากโลกนี่ไปแล้ว ชายที่ผมเรียกว่าบิดา ผมเห็นด้วยว่าเวลานี้ผมยังช็อคกับภาพที่มองเห็นแม้กระนั้นไม่นานผมก็มีสติได้แล้วก็เริ่มแผดเสียงเรียกบิดา เพียงแค่คำเดียวแต่ว่าดูเหมือนกับว่าโลกของคนเสียชีวิตกับคนเป็นจะไม่สามารถที่จะติดต่อกันได้ไหมต้องการให้ผมช็อคตายตามไปอีกคน มึงไม่บอกอะไรและก็เบาๆหายไปแล้วหลังจากนั้นสติผมก็หลุดตื่นมาอีกครั้งก็ตอนเช้า แล้วก็จากนั้นผมก็เล่าให้แม่แล้วก็น้องฟังที่พีคกว่านั้นเป็นแม่กับน้องพบก่อนผมอีก แม้กระนั้น2คนนั้นไม่เจเป็นตัวเป็นตนแบบผม อีกทั้ง2คนจะได้ยินเพียงแค่เสียง แม่ได้ยินเสียงคนหาอะไรรับประทาน ส่วนน้องได้ยินเสียงคนอาบน้ำ แม่กับน้องผมในช่วงเวลานั้นยังนอนห้องเดียวกัน ภายหลังจากวันนั้นผมก็ไม่เคยบิดาผมอีกเลย ไม่เคยรู้ว่ามึงหมดห่วงไปแล้วหรือมึงจำต้องไปที่ของมึงและไม่รู้เรื่อง
.ถัดมาคือเรื่องของคุณยายผมที่ท่านพึ่งเสียไปเมื่อปี61ก่อนหน้าที่ผ่านมา นับเป็นการสูญเสียพ่อแม่ที่อุปถัมภ์ผมมาตั้งแต่เด็กอีกคนท่านเป็นผู้ที่แข็งแรงมากมาย แม้กระนั้นบทจะล้มป่วยจนกระทั่งเสียชีวิตก็เป็นเพียงแค่ขณะสั้นๆไม่ถึงนึงเดือนภายหลังท่านมายอดเยี่ยมผมรวมทั้งกลับไปบ้านที่ชนบทพวกเราบุตรหลานต่างเวียนกันไปเยี่ยมไปเฝ้าดูและเอ็งตลอดตอนที่อยู่โรงหมอแต่ว่าจะมีแม่ผมที่เอ็งเดินทางไปอยู่เฝ้าคุณยายเลยซึ่งปัจจุบันนี้ผมกับน้องก็อายุ23-25กันแล้วเลยบอกมึงไปเหอะเดียวหยุดงานจะตามไปและก็รับกลับ จนกระทั่งวันที่หยุดงานผมกับน้องก็พากันกลับไปเยี่ยมคุณยายที่บ้านนอกภาพแรกที่ผมไปถึงโรงหมอรวมทั้งได้มองเห็นเป็นคุณยายนอนป่วยอยู่กับเตียงพอเพียงตื่นมาก็จำหลานทั้งยัง2คนมิได้ ผมมาได้ทราบจากแม่ไม่ใช่แค่พวกเรามึงจำคนใดกันแน่มิได้เลยไม่ว่าจะบุตรหลานผู้ใด รวมทั้งแกมักจะกล่าวถึงแต่ว่าเรื่องเก่า เก่ามากมายขนาดที่เอ๋ยถึงทวดผมที่ตายไปแล้วรวมถึงผู้อื่นที่มิได้อยู่บนโลกนี่แล้ว มันเท่าเอาผมจุกกระทั่งต้องการจะร้องไห้แม้กระนั้นตั้งแต่บิดาผมตายผมมีความรู้สึกว่าผมร้องไห้ไปหมดแล้วในวันนั้น ขนาดตาผมเพศชายอกสามซอกยังมายืนจับแขนคุณยายอยู่ข้างเตียงมีน้ำตาซึมๆเนื่องจากว่าเอ็งอาจสำนึกผิดตอนที่คุณยายยังสบายดีหรือย้อนกลับไปหลายๆปีมึงทำร้ายจิตใจคุณยายด้วยการมีผู้ใหญ่บ้านคนอื่นๆแม้กระนั้นคุณยายไม่เคยพร่ำบ่นสักคำถึงขั้นพามาอยู่ด้วยก็ไม่พร่ำบ่น แต่ว่าแกมาคิดได้ในวันที่คุณยายจะตาย ผมอยู่ดูและคุณยายที่โรงหมอต่ออีก2-3วันและพาแม่กลับไปอยู่ที่บ้าน แม้กระนั้นพอเพียงมาถึงบ้านเวลาราว2ทุ่มผมก็เข้าห้องเปิดคอนนั่งมองโน่นเล่นนี่ตามธรรมดา แต่ว่ามันเปลี่ยนไปจากปกติตรงที่ว่าจู่ๆที่เตียงของผมก็มีความรู้สึกยุบลงราวกับมีคนมานั่งลงด้านข้างในขณะนั้นเองจิตใจของผมมันก็โฮ่ร้องอยู่อกว่ามีเรื่องมีราวเกิดขึ้นกับคุณยายแน่นอนเวลาเที่ยงคืนแม่ผมได้รับข่าวไม่ดีน้าๆโทรมากล่าวว่าคุณยายเสียแล้ว ความรู้สึกจุกมันกลับมาชนอีกที ผมลางานรุ่งเช้าวันนั้นเพื่อกลับไปร่วมจัดงานสวดพระอภิธรรมและก็จัดแจงบรรพชาให้ยายเป็นสิ่งท้ายที่สุดที่ผมจะก่อให้คุณยายได้ แม้กระทั้งในวันเผา บุตรหลานทุกคนต่างมีน้ำตาแม้กระนั้นผมกลับทำเป็นแต่ว่ารู้สึกเศร้าอยู่ด้านในไม่มีร้องไห้ออกมาอาบหน้าแบบผู้อื่นอาจเกิดขึ้นเนื่องจากอยู่ในผ้ากาสาวพัสตร์หรือผมความรู้ยด้านไปแล้วหลังจากนั้นก็ไม่รู้จัก แม้กระนั้นแต่ภายหลังจากงานฌาปนกิจศพล่วงเลยไป ผมก็ไม่มีจังหวะได้พบเจอหรือได้พบกับวิญญาณของคุณยายเลย อาจจะเกิดขึ้นเนื่องมาจากบุญผมมันน้อยหรือคลื่นวิญญาณขัดแย้งอย่างคำพระท่านที่บอก ขณะนี้ผมก็แปลงเป็นคนไม่กลัวผีไปแล้วตั้งแต่มองเห็นบิดาผม ตอนนี้คนสำคัญของคุณถ้าเกิดพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ดูแลเขาให้ดี เอาใจใส่เขาให้มากมาย อย่าได้จำต้องมาเศร้าใจหน้าหีบศพในวันที่เขาไม่อยู่แล้ว เพราะเหตุว่าผู้ตายเขาไม่รับทราบอะไรอีกแล้ว
และก็ท้ายที่สุดผมขอขอบพระคุณทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านจะอ่านจบหรือเปล่า ผมก็ขอฝากหัวข้อรวมทั้งข้อเตือนสติ ให้ทุกๆคนได้เอาไปคิด เอาไปทำ จะได้ไม่ต้องมานั่งเศร้าใจ ในวันที่ไม่มีเขาแล้ว
ผีหรือวิญญาณเป็นกายธาตุที่ไม่มีตัวตน ไม่อาจจะแตะต้อง หรือเห็นด้วยตาเปล่าได้นอกจากบุญพวกเราจะมีมากมายหรือมีคลื่นวิญญาณที่ตรงกันแล้วก็เขาอยากให้มองเห็น คุณก็จะได้มองเห็นและก็เมื่อมองเห็น ควรมีสติสัมปชัญญะอย่าได้ไร้สติจนถึงเสียความเป็นตัวเอง เนื่องจากที่เขามาให้พวกเรามองเห็นด้วยเหตุว่าปรารถนาติดต่ออะไรบ้างอย่าง หากมีความองอาจต้องเก็บสติรวมทั้งช่วยเหลือเขาสะ เพราะเหตุว่าความประพฤติเหล่านี่ ได้บุญมากเท่าไรนักแล……

Read Post →

ประสบการณ์สยอง

ประสบการณ์สยอง ผีบอก “ขอโทษที่ให้รอ”

, , No Comment

ประสบการณ์สยอง

ประสบการณ์สยอง ผีบอก “ขอโทษที่ให้รอ”

 “ขอโทษที่ให้รอ” ประสบการณ์สยอง

เรื่องมีอยู่ว่ายุคตอนเรียนมหาวิทยาลัย พวกเราอยู่หอพักใกล้ม. หอก็ไม่เก่ามากนะ แต่วันแรกที่ไปอยู่ พาเพื่อนฝูงไปนั่งพักผ่อน 3 คน ก็นั่งคุยกันไปเพื่อนพวกเราคนนึง เผลอหลับ จู่ๆมันก็ร้องอื้อๆๆแล้วมันก็เด้งขึ้นมา บอกไม่ปลุกพวกเราล่ะ ผีอำ พวกเราก็อ่าว ไม่รู้อะ
ถัดมาพวกเราหาเพื่อนฝูงมาเป็นรูมมันข้น อยู่กันมาได้ครู่หนึ่ง คืนนึงพวกเราฝันว่าเพื่อนฝูงเดินมาปิดไฟห้อง พวกเรานอนอยู่ด้านล่าง ตามองไปใต้เตียง พวกเราก็มองเห็นมือแห้งๆดำๆเบาๆเอื้อมออกมาจากใต้เตียง พวกเราสะดุ้งมากทำอะไรไม่ถูก เลยกลั้นใจประสานมือนั้นไว้แล้วดึงมือแห้งๆออกมา พวกเรายื้อกันอยู่จนกระทั่งพวกเราตื่น ก็ไม่ได้คิดอะไรเนื่องจากความง่วงชนะทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง
คือพวกเราจะบอกว่าพวกเราสวดมนต์ไหว้พระรวมทั้งแผ่ส่วนบุญทุกคืน แผ่ให้ผี่ที่ห้องด้วย เพื่อนๆที่เข้ามานั่งที่ห้องขอบพูดว่าห้องพวกเรามีผีๆฟังจนเกิดความเคยชิน รูมเมทพวกเราเอาพระมาตั้งที่ห้องบนตู้ที่มีไว้เก็บเสื้อผ้า วันนึงสหายเอาสาหร่ายเถ่าแก่น้อยมาไหว้พระ ในขณะนั้นพวกเราเข้าห้องน้ำอยู่ ได้ยินเสียง กรุบๆๆเสียงเคี้ยวดังมากมาย ในใจมีความรู้สึกว่าเพราะเหตุไรเพื่อนพ้องลาของมากินเร็วจังรับประทานหน้าประตูส้วมเลยหรอ เป็นเสียงใกล้มากมายๆพอเพียงพวกเราเปิดทางออกมา บอกสหายว่าเพราะเหตุไรรับประทานเสียวดังจัง ตามองไปที่หิ้งพระ อ่าวซองสาหร่ายยังอยู่ด้านบน งงสิจ้ะ อีกทั้งพวกเราทั้งเพื่อน พวกเราก็เอ้อ ปล่อยๆไป
แล้วคืนที่พีคสุดก็มา เวลากลางดึกพวกเราฝันว่าพวกเรานอนอยู่บนเตียง จู่ๆก็ได้ยินเสียง ปังๆๆๆดังไม่หยุดเตียงพวกเราเป็นโครงเหล็กครึ้มๆเสียงแบบโน่นทำพวกเราใจสั่น ในใจรู้สึกว่าพวกเราเจอดีเข้าแล้ว แล้วต่อจากนั้นปลายเตียงก็มีร่างหญิงใส่เสื้อขาวโผล่ออกมาจากปลายเตียง หยุดด้วยการยืนนิ่งๆอยู่ปลายเตียงด้านบนปลายเท้าพวกเรา เสียง ปังๆๆก็หยุดลง แล้วผีก็บอกว่า “ขออภัยที่ให้รอคอย” พวกเรานึกในใจ ข้ามิได้คอยเมิงสับสน แล้วผีก็ล้มตัวนอนลงระหว่างกึ่งกลางขอพวกเรากับเพื่อนฝูง ต่อจากนั้นพวกเราตื่นจากฝันจิตใจยังสั่นอยู่เลย หันไปมองดูจุดที่ผีสาวจะนอน ซึ่งมันว่างจริงๆพวกเราก็เอามือก่ายๆถูกจุดที่ผีนอน แบบว่า นอนมิได้ พวกเราไม่ให้ผีนอน แล้วพวกเราก็หลับไป พวกเราไม่เคยเล่าให้เพื่อนฝูงฟังหรอกกลัวมันกลัว ปล่อยไป อยู่ข้างในห้องนี้มาสี่ปี อยู่ตั้งแต่พบแบบแห้ง จนมีเนื้อมีหนังก็ดีใจที่การแผ่กุศลช่วยเขาได้
เรื่องก็เป็นเช่นนี้แล…

Read Post →