เวรดึก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , Leave a comment

เวรดึก

เวรดึก

เวรดึก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ประการแรกขอบอกไว้ก่อนนะคะว่า แม่ของมีนเป็นคนมี สัมผัสที่ 6 ก็เลยออกจะที่จะรับรู้เรื่องลึกลับได้เสมอๆแต่ว่าแม่ก็ไม่ค่อยจะกลัวเรื่องเหล่านี้สักเยอะแค่ไหน หรือจะพบจนเกิดความเคยชินแล้วหลังจากนั้นก็ไม่รู้จักนะคะ เรื่องมีอยู่ว่า.. ย้อนกลับไปเมื่อราว 10 ปีที่ผ่านมา ยุคนั้นแม่ของมีน ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ศูนย์กลางเมือง จังหวัดนครสวรรค์จ้ะ แม่มีนปฏิบัติงานตรงนี้ ตั้งแต่ยุคผู้หญิงที่เพิ่งจะจบการศึกษาชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงใหม่ๆ ทำตำแหน่งข้าราชการการคลัง ซึ่งก็ควรจะมีการขึ้นเวร ลงเวรอยู่เป็นประจำ.. แม่มีนขณะนั้น ฐานะออกจะลำบาก จะต้องทำงานมากเพื่อแบกรับหน้าที่ ที่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกเพียงคนเดียว ทั้งยังค่าเช่าบ้าน ค่าเทอม ทำให้แม่จะต้องทำโอที แล้วก็รับจ้างขึ้นเวรแทน วันหยุดเทศกาลต่างๆก็ไม่เคยหยุด เพื่อจะได้เงินเพิ่ม ไว้ใช้จ่ายในครอบครัว ทำให้ในทุกๆวันของแม่ แทบอยู่โรงหมอเกือบจะ 24 ชั่วโมง

ครั้งหนึ่ง แม่จำเป็นต้องอยู่เวรอยู่คนเดียว ซึ่งห้องทำงานของแม่ จะอยู่ใกล้กับห้องจ่ายยา ซึ่งจะมีกระจกซึ่งสามารถเปิดปิดหากันได้.. เวลาตอนนั้นราวๆตี 3 คนเจ็บที่มาใช้บริการไม่มีเลย และก็เนื่องจากว่าแม่อดนอนมาหลายคืน ทำให้เริ่มง่วงหงาวหาวนอน ก็เลยบอกกับสหายที่อยู่ห้องยาว่า ‘ถ้าเกิดมีผู้ป่วยก็ช่วยปลุกทีนะ ของีบหน่อย รู้สึกไม่ค่อยสบาย’ เพื่อนแม่ก็ตบปากรับคำ.. แม่เลยไปเอาเก้าอี้ ซึ่งสามารถกางเป็นเตียงได้ออกมานอน

นอนไปได้ครู่หนึ่ง แม่เริ่มรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก กับได้ยินเสียงหัวเราะ ‘หึๆๆๆ..’ อยู่ด้านข้างหู แต่ว่าไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้เลย ในเวลานั้น แม่รู้ทันครั้งเลยว่ากำลังพบกับอะไร ก็ได้แต่ว่าสวดมนต์ไหว้พระ แล้วก็กรวดน้ำในใจ.. ครู่หนึ่งพอเพียงเริ่มขยับตัวได้ แม่ก็ยืนขึ้นมานั่ง ดูไปบริเวณเหงื่อออกท่วมตัว.. เพื่อนฝูงแม่ที่นั่งอยู่ข้างในห้องยา มองเห็นแม่ยืนขึ้นมาก็ถามคำถามว่า ‘อ้าว? ไม่นอนแล้วหรอ ตี 3 ครึ่งเอง..’ แม่ก็กล่าวว่า เครื่องปรับอากาศมันร้อนน่ะ จะลุกมาปรับเครื่องปรับอากาศสักหน่อย แล้วต่อจากนั้นแม่ก็ล้มตัวนอนต่อ.. เพียงพอหลับไปได้สักพักใหญ่ๆอาการเดิมเริ่มกลับมาอีกรอบ เหมือนหวิวๆเหมือนเวลานั่งรถลงเนินเร็วๆแต่ว่าครั้งนี้ รู้สึกราวกับมีอะไรบางอย่างมาเขี่ยๆที่ปลายตีนด้วย แม่เลยลืมตาขึ้นมา และจำต้องตกอกตกใจเต็มที่ ภาพที่เห็นที่ระหว่างปลายตีนแม่เป็น หัวผู้ที่เบาๆโผล่ขึ้นมาจากขอบเตียง และก็เบาๆลอยขึ้นๆเป็นหญิงกลางคน สวมชุดคนป่วย ใบหน้าของคุณนั้นขาวซีด ดวงตาแดงก่ำปูดโปนออกมา จ้องมองมาทางแม่ ร่างคุณเบาๆลอยขึ้นไปทางแอร์บนเพดาน รวมทั้งเริ่มหายเข้าไปในช่องเครื่องปรับอากาศ โดยภาวะลำตัว หายไปในช่องแอร์กึ่งหนึ่ง และก็แขวนโตงเตงอยู่ด้านล่างอีกครึ่งหนึ่ง พร้อมๆกับเสียงหัวเราะ ที่ดังก้องอยู่ในหูของแม่

ภายหลังจากช็อคกับสิ่งที่มองเห็น แม่มีนตั้งรู้สึกตัวได้ ก็บากบั่นเรียกเพื่อนพ้อง ที่อยู่ห้องด้านข้างกลับไม่มีเสียงพูดออกมา แม่อุตสาหะดิ้นให้หลุด แต่ว่าก็ไม่เป็นผล.. ตอนนั้นแม่เริ่มรู้สึกขุ่นเคือง ก็เลยบอก (ในใจ) ออกไปว่า ‘ทางคนใดกันแน่ก็ทางมันอย่ามายุ่ง มารบกวนกันเลย อยากได้อะไรก็บอกกันดีๆจะทำบุญไปให้ หากยังไม่หยุดจะแช่ง! ให้มิได้ไปผุดไปกำเนิด..’ สิ้นคำร้องของแม่ ทุกอย่างกลับมาปกติ แม่ขยับตัวได้ ก็ยืนขึ้นมาจากเตียงอย่างรวดเร็ว สหายแม่หันมามองเห็น รวมทั้งถามคำถามว่า ‘อ้าว? ไม่นอนแล้วหรอ ตี 3 ครึ่งเอง..’ แม่ได้ยินก็แบบนั้นก็แปลกใจ เพราะมันราวกับ ที่เคยทราบมาแล้วครั้งหนึ่ง.. ทีนี้ แม่ไม่กล้านอนเลย เพราะกลัวว่า นอนแล้วจะย้อนไปพบแบบเดิมอีก! แม่ก็เลยมิได้ตอบอะไร พับเตียงเก็บเข้าที่เดิม และนั่งทำงานต่อจนถึงเช้าเลย..

หลังจากแม่เล่าจบ แม่ก็บอกอีกว่า ดวงวิญญาณเร่ร่อนเหล่านี้ หากได้พบ ถ้าพวกเราสวดมนต์ก็แล้ว กรวดน้ำไปให้ก็แล้ว ยังไม่หยุด ให้แช่งออกไปแทนเลย เพราะเหตุว่าวิญญาณเหล่านี้ จะกลัวคำสาปแช่งของคน.. ซึ่งตัวมีนเอง ก็ไม่ทราบว่าจะจริงหรือไม่จริงนะคะ แต่ว่าก็ไม่ขอพบเลยดีที่สุด

 

Leave a Reply